มีความเป็นมาของการเล่นโยคะ

playyogapic

playyoganew

หากจะพูดถึงกิจกรรมการออกกำลังกายในร่มเชื่อว่า การเล่นโยคะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สาวๆหลายคนต้องเคยเล่นผ่านหู ผ่านตากันมาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นโยคะธรรมดา โยคะร้อน โยคะฟลายหรือโยคะรูปแบบอื่นกันแล้ว แต่ถ้าถามว่าโยคะมีประวัติความเป็นมาอย่างไร เราอาจจะยังไม่ทราบงั้นเรามาลองทำความรู้จักกัน

โยคะเป็นมาอย่างไร

จากประวัติที่ได้สืบค้นมา โยคะเชื่อว่ามาจากวัฒนธรรมหนึ่งที่มีมาก่อน 2000 ก่อนปีคริสต์ศักราชโน่นเลย ซึ่งเราค้นพบจากรูปปั้นไม้แกะสลัก (ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของประเทศปากีสถาน) จากนั้นมีนักปราชญ์ชายฮินดูคนหนึ่งชื่อว่า ปตัญชลี ได้มีการปรับปรุงพัฒนาการฝึกโยคะขั้นพื้นฐาน

แต่การเผยแพร่วัฒนธรรมของโยคะ ยังไม่จบเท่านั้น ประเทศตะวันตกได้มีการนำโยคะมาเป็นการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ ซึ่งดันแปลงมาจากโยคะที่เรียกว่า หัตถะโยคะ หรือ โยคะอาสนะ โดยแบบหลังเป็นการเล่นโยคะแบบเชื่องช้า และค้างเอาไว้ ปรากฏว่าการออกกำลังกายแบบนี้กลับได้รับความนิยมมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องความยืดหยุ่น และการทำงานภายในร่างกาย

ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของโยคะ

กิจกรรมโยคะบางตำราได้แบ่งช่วงเวลาที่สำคัญเป็นหลายช่วง อย่างเช่น  ช่วงปีค.ศ. 700-1200 หรือเรียกว่ายุคกลาง ยุคนี้มีความเชื่อว่าการฝึกโยคะเป็นการฝึกร่างกาย จิตใจ และลมหายใจ อีกทั้งยังมีความเชื่อว่าการฝึกโยคะนั้นเป็นการเพิ่มพูนพลังงานให้กับตัวเอง พลังงานนี้มีชื่อว่า พลังปราณ

โยคะในช่วงยุคใหม่

มาถึงช่วงเวลาที่สำคัญของโยคะกันแล้ว นั่นคือ ช่วงยุคใหม่ ช่วงนี้ทางประวัติศาสตร์เกิดจากตอนนี้อินเดียโดนรุกรานโดยชาวมุสลิมทำให้อินเดียตกอยู่ภายใต้อาณานิคมนานถึง 300 ปี ยังไม่เท่านั้นอินเดียยังถูกปกครองโดยอังกฤษต่ออีก 150 ปี นั่นทำให้ชาวอินเดียที่โดนกดดันมานาน ต้องพยายามย้อนกลับมาดูตัวเองเพื่อมองหาภูมิปัญญาดั้งเดิมเพื่อเอาไว้ต่อสู้ หนึ่งในวัฒนธรรมดั้งเดิมที่ถูกหยิบขึ้นมานั่นคือ โยคะ นั่นเอง ซึ่งโยคะกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของการต่อสู้แนว อหิงสาด้วย ไม่เพียงแค่นั้นโยคะยังกลายเป็นสัญลักษณ์เผยแพร่ไปทั่วโลกอีกด้วย

ยุคปัจจุบัน

มาถึงยุคปัจจุบัน โยคะกลายเป็นอีกหนึ่งแพทย์ทางเลือกในการรักษาและฟื้นฟูผู้ป่วย รวมถึงได้มีการนำโยคะเป็นส่วนหนึ่งในหลักการเรียนการสอนในโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้องด้วยนับว่าโยคะได้พัฒนาตัวเองจากสิ่งที่เป็นแค่ประวัติศาสตร์มาเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตได้อย่างดีเยี่ยมทีเดียว